หน้าแรก
ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
ความเป็นมาและวัตถุประสงค์
กิจกรรมและการดำเนินงาน
Reservation Form
Webboard
ติดต่อเรา
เว็บหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ผู้บริหารศูนย์


     แผนที่ศูนย์การเรียนรู้ฯ
 


โครงการบ้านดิน
โครงการฝึกอบรมค่ายมานะธรรมสัมพันธ์
โครงการท่องเที่ยวเชิงนิเวศน
กิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ 5 ธันวามหาราช
Download Logo Click
 

โครงการพัฒนาอัจฉริยภาพทางวิชาการ
โครงการเด็กไทยรักในหลวง
ห้องนิทรรศการ
กิจกรรมการเข้าฐาน
บุคลากร

คู่มือขยายพันธุ์พืช
การปลูกพืชระบบไฮโดรโปนิกส์
สารเร่งการเจริญเติบโตของพืช
ความรู้เกี่ยวกับหญ้าแฝก
การเพาะเลี้ยงหนอนนก
เกษตรทฤษฎีใหม่
ก๊าซชีวภาพ
การทำปุ๋ยหมัก
การทำฝนหลวง
การปลูกข้าว
การทำหญ้าหมัก

:: เศรษฐกิจพอเพียงกับทฤษฎีใหม่ตามแนวพระราชดำริ ::

เศรษฐกิจพอเพียงและแนวทางปฏิบัติของทฤษฎีใหม่ เป็นแนวทางในการพัฒนาที่นำไปสู่ความสามารถในการพึ่งตนเอง ในระดับต่างๆ อย่างเป็นขั้นตอน โดยไม่ต้องกังวลกับความผันแปรของธรรมชาติ หรือการเปลี่ยนแปลงจากปัจจัยต่างๆ โดยอาศัยความพอประมาณและความมีเหตุผล การสร้างภูมิคุ้มกันที่ดี ความเพียรและความอดทนสติปัญญา การช่วยเหลือซึ่งกันและกัน และความสามัคคี
 
     เศรษฐกิจพอเพียงมีความหมายกว้างกว่าทฤษฎีใหม่ โดยที่ เศรษฐกิจพอเพียงเป็นกรอบแนวคิดที่ชี้บอกหลักการและแนวทางปฏิบัติของทฤษฎีใหม่ ในขณะที่แนวพระราชดำริเกี่ยวกับทฤษฎีใหม่หรือเกษตรทฤษฎีใหม่ ซึ่งเป็นแนวทางการพัฒนาภาคเกษตรอย่างเป็นขั้นตอนนั้น เป็นตัวอย่างการใช้หลักเศรษฐกิจพอเพียงในทางปฏิบัติ ที่เป็นรูปธรรมเฉพาะในพื้นที่ที่เหมาะสม

     ทฤษฎีใหม่ตามแนวพระราชดำริ สามารถเปรียบเทียบกับหลักเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งมีอยู่ ๒ แบบ คือ
แบบพื้นฐานกับแบบก้าวหน้า ได้ดังนี้

     ความพอเพียงในระดับบุคคลและครอบครัว โดยเฉพาะเกษตรกร เป็นเศรษฐกิจพอเพียงแบบพื้นฐาน ตรงกับ ทฤษฎีใหม่ขั้นที่ ๑ที่มุ่งแก้ปัญหาของเกษตรกรที่อยู่ห่างไกลแหล่งน้ำ ต้องพึ่งน้ำฝนและประสบความเสี่ยงจากการที่น้ำไม่พอเพียง แม้กระทั่งสำหรับการปลูกข้าวเพื่อบริโภค และมีข้อสมมติว่า มีที่ดินพอเพียงในการขุดบ่อเพื่อแก้ปัญหาเรื่องดังกล่าว จากการแก้ปัญหาความเสี่ยงเรื่องน้ำ จะทำให้เกษตรกรสามารถมีข้าวเพื่อการบริโภคยังชีพในระดับหนึ่งได้ และใช้ที่ดินในส่วนอื่นๆ สนองความต้องการพื้นฐานของครอบครัว รวมทั้งขายในส่วนที่เหลือเพื่อมีรายได้ที่จะใช้เป็นค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่ไม่สามารถผลิตเองได้ ทั้งหมดนี้เป็นการสร้างภูมิคุ้มกันในตัวให้เกิดขึ้นในระดับครอบครัว

     อย่างไรก็ตาม แม้กระทั่ง ในทฤษฎีใหม่ขั้นที่ ๑ก็จำเป็นที่ทางเกษตรกรจะต้องได้รับความช่วยเหลือจากทางราชการ มูลนิธิและภาคเอกชน ตามความเหมาะสม ความพอเพียงในระดับชุมชน เป็นเศรษฐกิจพอเพียงแบบก้าวหน้า และ ตรงกับทฤษฎีใหม่ขั้นที่ ๒  เป็นเรื่องของการสนับสนุนให้เกษตรกรรวมพลังกันในรูปกลุ่ม หรือสหกรณ์ กล่าวคือ เมื่อสมาชิกในแต่ละครอบครัวมีความพอเพียงขั้นพื้นฐานเป็น
เบื้องต้นแล้ว ก็จะทำให้ครอบครัวต่างๆ เหล่านั้นหันมารวมกลุ่ม เพื่อร่วมมือกันสร้างประโยชน์เพื่อกลุ่มและส่วนรวม บนพื้นฐานของความแบ่งปันและช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ตามกำลังและความสามารถของตน ซึ่งจะสามารถทำให้ชุมชนโดยรวมเกิดความพอเพียงในการดำเนินชีวิตและมีชีวิตที่สมดุลอย่างแท้จริง

     ความพอเพียงในระดับประเทศ เป็นเศรษฐกิจพอเพียงแบบก้าวหน้า และตรงกับ ทฤษฎีใหม่ขั้นที่ ๓ซึ่งส่งเสริมให้ชุมชนสร้างความร่วมมือกับองค์กรอื่นๆ ในประเทศ เช่น บริษัทขนาดใหญ่ ธนาคาร และการสร้างเครือข่ายดังกล่าว จะเป็นประโยชน์ในการแลกเปลี่ยนความรู้ สืบทอดภูมิปัญญาและบทเรียนจากการพัฒนา หรือร่วมมือกันทำการพัฒนาตามแนวทางเศรษฐกิจ พอเพียงร่วมกัน ทำให้ประเทศอันเป็นสังคมใหญ่ที่ประกอบด้วยชุมชนต่างๆ ที่ดำเนินชีวิตอย่างพอเพียง กลายเป็นเครือข่ายชุมชนพอเพียงที่เชื่อมโยงกันด้วยหลักไม่เบียดเบียน แบ่งปัน และช่วยเหลือซึ่งกันและกันได้ในที่สุด

“ฉะนั้นโครงการต่างๆ หรือเศรษฐกิจที่ใหญ่
ต้องมีความสอดคล้องกันดีที่ไม่ใช่เหมือนทฤษฎีใหม่.
ที่ใช้ที่ดินเพียง ๑๕ ไร่ และสามารถที่จะปลูกข้าวพอกิน
กิจการนี้ใหญ่กว่า แต่ก็เป็นเศรษฐกิจพอเพียงเหมือนกัน
คนไม่เข้าใจว่ากิจการใหญ่ๆ
เหมือนสร้างเขื่อนป่าสักก็เป็นเศรษฐกิจพอเพียงเหมือนกัน
เขานึกว่าเป็นเศรษฐกิจสมัยใหม่
เป็นเศรษฐกิจที่ห่างไกลจากเศรษฐกิจพอเพียง
แต่ที่จริงแล้ว เป็นเศรษฐกิจพอเพียงเหมือนกัน”
(พระราชดำรัสเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา
๒๓ ธันวาคม ๒๕๔๒)

 

 

 

 


                 

Google
 
Web Northernstudy.org


                                                                                                

Copyright 2005 NorthernStudy.org - All rights reserved.