สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เสนอให้ริเริ่มการสร้างขบวนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อสานต่อความคิดและเชื่อมโยงการขยายผล ที่เกิดจากการนำหลักปรัชญาฯ ไปใช้อย่างหลากหลาย รวมทั้งเพื่อจุดประกายให้เกิดความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง ซึ่งจะนำไปสู่การยอมรับ และการนำไปประยุกต์ใช้ให้เกิดผลในทางปฏิบัติในทุกภาคส่วนของสังคมอย่างจริงจัง
ในการพัฒนาประเทศนั้นจำเป็นต้องทำตามลำดับขั้น
เริ่มด้วยการสร้างพื้นฐาน คือความมีกินมีใช้ของประชาชนก่อน
ด้วยวิธีการที่ประหยัดระมัดระวัง แต่ถูกต้องตามหลักวิชา
เมื่อพื้นฐานเกิดขึ้นมั่นคงพอควรแล้ว
จึงค่อยสร้างเสริมความเจริญขั้นที่สูงขึ้นตามลำดับต่อไป
การถือหลักที่จะส่งเสริมความเจริญ ให้ค่อยเป็นไปตามลำดับ
ด้วยความรอบคอบระมัดระวังและประหยัดนั้น
ก็เพื่อป้องกันความผิดพลาดล้มเหลว
และเพื่อให้บรรลุผลสำเร็จได้แน่นอนบริบูรณ์
(พระบรมราโชวาทในพิธีพระราชทานปริญญาบัตร
ของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ๑๙ กรกฎาคม ๒๕๑๗)
ภาวะวิกฤตเศรษฐกิจปี ๒๕๔๐ ทำให้คนไทยให้ความสำคัญกับการพัฒนาตามหลัก เศรษฐกิจพอเพียง ตามคำชี้แนะของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมากขึ้น สศช. จึงได้เชิญผู้ทรงคุณวุฒิจากสาขาต่างๆ มาร่วมกันกลั่นกรองพระราชดำรัสฯ สรุปเป็นนิยาม ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และได้อัญเชิญ มาเป็นปรัชญานำทางในการจัดทำแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ ๙ เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนทุกระดับ มีความเข้าใจและนำไปประกอบการดำเนินชีวิต
การขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียง มีเป้าหมายหลักเพื่อสร้างกระแสสังคมให้มีการนำหลักเศรษฐกิจพอเพียงไปใช้เป็นกรอบความคิดเป็นแนวทางในการปฏิบัติ ตลอดจนเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตของคนไทยในทุกภาคส่วน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับหลักเศรษฐกิจพอเพียง ให้ประชาชนทุกคนรสามารถนำหลักปรัชญาฯ ไปประยุกต์ใช้ได้อย่างเหมาะสม และปลูกฝังปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์ในการดำรงชีวิตให้อยู่บนพื้นฐานของเศรษฐกิจพอเพียง ตลอดจนนำไปสู่การปรับแนวทางการพัฒนาให้อยู่บนพื้นฐานของเศรษฐกิจพอเพียง
ยุทธวิธีในการขับเคลื่อน จะมีการดำเนินการอย่างเป็นขั้นตอนและชัดเจน โดยมีขอบเขตการดำเนินงาน ๔ ด้านควบคู่กันไป คือ เชื่อมโยงเครือข่ายเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง พัฒนาวิชาการและศึกษาวิจัย สร้างกระบวนการเรียนรู้ และเผยแพร่ประชาสัมพันธ์
การสร้างขบวนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียง จะเป็นการเสริมพลังในการดำเนินนโยบายของรัฐบาลที่เน้นการพัฒนาเพื่อให้ประเทศไทยสามารถพัฒนาไปได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนภายใต้กระแสโลกาภิวัตน์ โดยให้ความสำคัญกับการสร้างฐานเศรษฐกิจและสังคมในระดับรากหญ้าให้เข้มแข็ง การพัฒนาอย่างเป็นขั้นตอนไม่ก้าวกระโดดจนเกิดความเสี่ยงเกินไป ในขณะที่ส่งเสริมการพัฒนาประเทศให้มีเสถียรภาพในระดับระหว่างประเทศ สามารถปรับตัว เลือกรับสิ่งที่เป็นประโยชน์และพร้อมรับต่อการเปลี่ยนแปลงต่างๆได้ และนำไปสู่ความอยู่ดีมีสุขของคนไทยในที่สุด
การขับเคลื่อนจะเป็นในลักษณะเครือข่ายและระดมพลังจากทุกภาคส่วน แบ่งเป็น ๒ เครือข่ายหลักตามกลุ่มเป้าหมายเบื้องต้น
-
เครือข่ายด้านประชาสังคมและชุมชน และ
-
เครือข่ายธุรกิจเอกชน
และมีเครือข่ายสนับสนุนที่ร่วมมือกันทำงาน ตามภารกิจ ๓ ด้าน ได้แก่
-
เครือข่ายพัฒนาวิชาการและส่งเสริมการวิจัย
-
เครือข่ายการสร้างกระบวนการเรียนรู้ และ
-
เครือข่ายสร้างความเข้าใจและเผยแพร่ประชาสัมพันธ์
ทั้งนี้มีแกนกลางขับเคลื่อน ๓ ระดับ ได้แก่ คณะที่ปรึกษาผู้ทรงคุณวุฒิ คณะอนุกรรมการขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียง และส่วนเศรษฐกิจพอเพียง ใน สศช. ซึ่งจะเป็นหน่วยปฏิบัติในการดำเนินงาน
การสร้างขบวนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียง จะมีระยะเวลาการดำเนินงาน ๔ ปี ตั้งแต่เดือนตุลาคม ๒๕๔๖-กันยายน ๒๕๕๐ โดยจะแบ่งการดำเนินงานออกเป็น ๒ ระยะ ดังนี้
-
ระยะที่ ๑ ตั้งแต่เดือนตุลาคม ๒๕๔๖ พฤษภาคม ๒๕๔๘ จะได้มีการเผยแพร่ผลการดำเนินงานจากการขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียง ระยะที่ ๑ โดยมีผลการดำเนินงานหลัก คือ การสร้างคน สร้างตัวอย่าง สร้างเครือข่ายที่จะเป็นแกนหลักในการขับเคลื่อน ซึ่งจะเห็นเป็นรูปธรรมในการนำเสนอผลงาน การดำเนินงานในรูปแบบต่างๆ ของเครือข่ายในงานมหกรรมทางเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งจะจัดขึ้นในเดือนพฤษภาคม ๒๕๔๘ เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวโรกาสครบรอบวันพระราชพิธีบรมราชาภิเษกครบ ๕๕ ปี
-
ระยะที่ ๒ ตั้งแต่เดือนมิถุนายน ๒๕๔๘- ธันวาคม ๒๕๕๐ จะได้มีการเผยแพร่ผลการดำเนินงาน และผลแห่งความสำเร็จจากการขับเคลื่อน ระยะที่ ๒ โดยมีผลการดำเนินงานหลัก คือ การเผยแพร่ขยายผลให้เกิดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับเศรษฐกิจพอเพียงในประชาชนทั่วไป ในทุกเครือข่าย ทุกอำเภอ ทั่วประเทศ และในสาขาอาชีพต่างๆ ซึ่งจะในไปสู่การขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียงที่มีพลัง เพื่อทูลเกล้า ถวายผลการดำเนินงานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเนื่องในวโรกาสมหามงคลสมัยเฉลิมพระขนมพรรษาครบรอบ ๘๐ พรรษา ในเดือนธันวาคม ๒๕๕๐