|

1. วัสดุอุปกรณ์
1.1 ขวดน้ำพลาสติกขนาด 5- 6 ลิตร
1.2 ขวดน้ำพลาสติกขนาด 1 ลิตร
1.3 ชั้นวาง
1.4 พันธุ์กบ
1.5 อาหารกบหรืออาหารปลาดุก
1.6 น้ำหมักจุลินทรีย์
2. การทำขวดเลี้ยงกบ
2.1 นำขวดน้ำพลาสติกขนาด 5- 6 ลิตร เจาะรูตรงคอขวด
2.2 นำขวดน้ำพลาสติกขนาด 1 ลิตร ตัดตรงคอขวดให้ได้รูปกรวย แล้วนำมาเสียบตรงขวดใหญ่ที่เจาะรูไว้แล้ว เพื่อทำเป็นช่องหายใจ และที่ให้อาหารกบ
2.3 นำลูกกบอายุ 1-2 เดือน ใส่ลงในขวดพลาสติก ขวดละ 5-6 ตัว แล้วแต่ขนาดขวด
2.4 ใส่น้ำระดับคางกบ แล้วนำไปวางบนชั้นวาง
3. การให้อาหาร และการทำความสะอาด
3.1 หยอดอาหารลงในกรวย เช้า เย็น
3.2 ให้อาหารเสริมจำพวก หนอน ไส้เดือน จิ้งหรีด การให้อาหารเสริม ควรถ่ายน้ำออกก่อนให้อาหาร
3.3 ควรถ่ายพยาธิกบเดือนละครั้ง จนกว่าจะขาย โดยใช้ดีเกลือ 3 กรัม ต่ออาหาร 1 กิโลกรัม ให้ครั้งเดียว
3.4 ถ้ามีเวลาควรจะล้างขวดทุกเช้าก่อนให้อาหาร แต่ถ้ามีเวลาน้อย ควรใช้น้ำหมักจุลินทรีย์หยดลงไป จะช่วยให้ไม่เหม็น (ล้างขวด 3 วัน 1 ครั้ง)
4. ระยะเวลาการเลี้ยง
ประมาณ 3-4 เดือน ขึ้นอยู่กับการจัดการและอาหาร (จะขายเมื่อน้ำหนักกบขนาด 3-5 ตัวต่อกิโลกรัม)
ข้อดีของการเลี้ยงกบในขวดพลาสติก
- ประหยัดต้นทุนในการก่อสร้างบ่อกบ โดยการใช้วัสดุอุปกรณ์เหลือใช้ ได้แก่ ขวดน้ำ พลาสติกที่ใช้แล้ว
- ดูแลรักษาความสะอาดได้ง่าย ลดปัญหาการเกิดโรค
- กบโตเร็ว และน้ำหนักดี
- ใช้พื้นที่น้อย เหมาะสำหรับคนพิการที่ไม่สะดวกในการเคลื่อนย้าย
สรุปผลการเลี้ยงกบในขวดพลาสติก จำนวน 100 ตัว (20 ขวด)
ต้นทุน
- ขวดน้ำพลาสติก 20 ขวด ขวดละ 2.50 บาท = 50 บาท
- ค่าพันธุ์กบ 100 ตัว ตัวละ 1 บาท = 100 บาท
- ค่าอาหาร 25 ก.ก. เฉลี่ย ก.ก.ละ 25 บาท = 625 บาท
- ค่าน้ำ+ค่าไฟฟ้า = 300 บาท
รวมต้นทุน = 1,750 บาท
จำหน่ายกบ 25 ก.ก. ก.ก.ละ 70 บาท (น้ำหนัก 4 ตัวต่อ 1 ก.ก.) = 1,750 บาท
จำหน่ายกบ 1,750 บาท
ต้นทุน 1,075 บาท
กำไร 675 บาท
|