|
ปุ๋ยหมัก เป็นสิ่งที่มีคุณค่ามากในทางการเกษตร
แต่ก็ยังไม่ได้รับความสนใจหรือแพร่หลายเท่าที่ควร
อาจจะเป็นเพราะสาเหตุหลายประการด้วยกัน
เช่น เกษตรกรยังไม่ตระหนักถึงความสำคัญที่แท้จริงของปุ๋ยหมักว่ามีคุณค่าเพียงใดในการช่วยปรับปรุงดินให้ดีขึ้น
หรือช่วยรักษาสภาพความอุดมสมบูรณ์ของดินให้ดีอยู่เสมอ
ไม่เสื่อมโทรมลงเรื่อยๆ อย่างเช่นปัจจุบันนี้
เหตุผลสำคัญอีกประการหนึ่งก็คือ
เกษตรกรยังขาดแหล่งข้อมูลที่จะให้ความรู้ความเข้าใจในการทำปุ๋ยหมักอย่างถูกวิธี
เป็นเหตุให้การทำปุ๋ยหมักก็ต้องใช้ในปริมาณมาก
และมักไม่เห็นผลอย่างชัดเจนในระยะเวลาอันสั้น
การทำปุ๋ยหมักไว้ใช้เองก็ต้องใช้แรงงานค่อนข้างมาก
ต้องดูแลเอาใจใส่อยู่เสมอ
การผลิตปุ๋ยหมักจึงจะได้ผลอย่างเต็มที่
การที่เกษตรกรจะผลิตปุ๋ยหมักขึ้นมาใช้กันอย่างจริงๆจังๆ
จึงต้องอาศัยทั้งความรู้ ความเข้าใจในการทำปุ๋ยหมัก
ต้องเข้าใจในคุณประโยชน์ที่แท้จริงของปุ๋ยหมัก
และจะต้องมีความมุ่งมั่น ความตั้งใจจริงที่จะปรับปรุงที่ดินของตนให้เป็นผืนดินที่อุดมสมบูรณ์
มีประสิทธิภาพในการเพาะปลูก
หวังว่าเอกสารฉบับนี้ จะช่วยให้เกษตรกรและผู้สนใจ
ได้รับความรู้ ความเข้าใจ สามารถทำและใช้ปุ๋ยหมักได้อย่างถูกต้อง
และมีประสิทธิภาพ เพื่อประโยชน์ต่อการปรับปรุงและพัฒนาที่ดินของตนต่อไป
การทำปุ๋ยหมักคือ การนำเอาเศษซากหรือวัสดุต่างๆ
ที่ได้มาจากสิ่งมีชีวิตโดยเฉพาะอย่างยิ่งพวกที่ได้มาจากพืช
เช่น เศษหญ้า ใบไม้ ฟางข้าว ผักตบชวา
หรือแม้แต่ขยะมูลฝอยตามบ้านเรือนมากองรวมกัน
รดน้ำให้มีความชื้นพอเหมาะ
หมักไว้จนกระทั่งเศษพืชหรือวัสดุเหล่านั้นย่อยสลายและแปรสภาพไป
กลายเป็นขุยสีดำหรือสีน้ำตาลเข้ม
มีลักษณะพรุน ยุ่ย ร่วนซุย ที่เรียกว่า
"ปุ๋ยหมัก" การย่อยและการแปรสภาพของเศษพืชหรือ
วัสดุดังกล่าวเกิดขึ้นเนื่องจากสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กๆ
ที่เรียกว่า "จุลินทรีย์" ซึ่งอาศัยอยู่ในกองปุ๋ยสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กเหล่านี้มีอยู่
มากมายหลายชนิดปะปนกันอยู่และพวกที่มีบทบาทในการแปรสภาพวัสดุมากที่สุดได้แก่
เชื้อราและเชื้อบักเตรี
วิธีการหมักวัสดุต่างๆ ให้กลายเป็นปุ๋ยหมัก
อาจทำใด้หลายๆ วิธี แตกต่างกันไป เช่น การหมักเศษพืชแต่เพียงอย่างเดียวหรือมีการเติมมูลสัตว์หรือปุ๋ยเคมีลงไปในกองปุ๋ยด้วย
เพื่อเร่งให้เศษวัสดุแปรสภาพได้เร็วขึ้น
การใส่ผงเชื้อจุลินทรีย์เพิ่มเติมลงไปกองปุ๋ยเพื่อเสริมเชื้อจุลินทรีย์ที่มีอยู่แล้วในธรรมชาติหรือการมีรูปแบบของการกองปุ๋ยแตกต่างกันไป
ซึ่งแต่ละวิธีอาจใช้ระยะเวลาในการหมักไม่เท่ากัน
และปุ๋ยหมักที่ได้ก็มีคุณภาพแตกต่างกันไป
|